สกิลสุดเจ๋งที่ควรมีในครอบครอง สำหรับ Warrior

     สวัสดีชาว Ranker สายลุย หลายๆ คนคงทราบกันดีว่าอาชีพนักดาบสุดโหดอย่าง Warrior นั้นมีทั้งความถึก และสกิลที่ทำให้หลายๆ คนต้องหัวร้อนตอนลง Arena กันนัดต่อนัดแล้ว แต่ถ้าเราเป็น Warrior ซะเองล่ะ โดยวันนี้เราจะมาแนะนำสกิลต่างๆ ของสายอาชีพ Warrior ที่มีอยู่มากมาย และบางสกิลนั้นก็ได้มาจากการ Fuse เท่านั้น เราได้รวบรวมสกิลเด็ดๆ ของสายอาชีพ Warrior นั้นมีสกิลอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

 

1.  Hammer of Justice (สกิลระดับ HR ):

สกิลนี้เป็นประเภทคอมโบ (สกิลที่มี Type A,B,C) ซึ่งเป็นโจมตีหมู่ (AOE) และหากศัตรูติดสถานะ palayzed ก็จะมีโอกาสทำให้ติด Stun สูงถึง 80% เป็นเวลา 4 วินาที มีคูลดาวน์ 12 วินาที (สามารถลดได้ด้วยการอัปเกรด) และยังเป็นสกิลธาตุแสงอีกด้วย ซึ่งถ้าตัวละครมีธาตุแสงสูงๆ ยิ่งทำให้สกิลนี้มีความแรงเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งเป็นสกิลที่เหมาะกับการลง Endless Tower และ Nation War มากๆ เนื่องจากเป็นสกิลโจมตีหมู่ โดยใน Nation War หากมีเพื่อนช่วยสร้างสถานะ Paralyzed ใส่ฝ่ายตรงข้าม แล้วตามด้วยสกิลนี้ ก็กลายเป็นคอมโบที่น่ากลัวมากทีเดียว

ข้อเสีย : สกิลนี้ถ้าศัตรูไม่ติดสถานะ palayzed จะแสดงความสามารถได้ไม่เต็มที่

***สกิลนี้ที่ได้จากการคราฟเท่านั้น โดยสามารถคราฟได้ที่หัวข้อ “สร้าง” และไปที่ “ช่างตีเหล็ก” ซึ่งจำเป็นจะต้องใช้ Essence of Rift หาได้จากการลง Rift ต่างๆ แบบ Hard***

 

2.  Lion Roaring (สกิลระดับ SR):

สกิลนี้เป็นสกิลประเภทกดใช้ เมื่อกดใช้จะสร้างความเสียหายรอบตัวละคร มีโอกาส 50% ที่จะ Stun ศัตรูเป็นเวลา 4 วินาที มีคูลดาวน์ 12 วินาที และไม่มีธาตุ นอกจากนี้ยังเป็นสกิลที่มีแบบการโจมตีเวทย์และการโจมตีกายภาพ ทำให้สามารถเล่นได้ทั้ง Warrior 2 สายนั่นเอง โดยสกิลนี้เหมาะการลง Endless Tower และ Nation War เนื่องจากเป็นสกิลโจมตีหมู่ และสามารถ Stun หรือผลักศัตรูให้ออกห่างจากธงรบเป้าหมายได้อีกด้วย

ทริคพิเศษ : สกิลนี้มีทั้งแบบโจมตีกายภาพและเวทย์ จึงนับคูลดาวน์แยกกัน ซึ่งถ้าหากมีสกิลนี้ทั้ง 2 แบบ จะสามารถกดใช้สกิลนี้ได้ 2 ครั้งนั่นเอง

ข้อเสีย : เป็นสกิลระยะประชิด และไม่ใช่สกิลคอมโบ ทำให้ต้องระวังเรื่องจังหวะในการใช้สกิล

 

3.  Moonlight Flash (สกิลระดับ SR):

สกิลนี้เป็นประเภทคอมโบ ที่โจมตีแบบ AOE อีกทั้งยังเป็นสกิลที่พุ่งเข้าหาศัตรูและทำให้ศัตรูลอย (knock-up) อีกด้วย สกิลนี้จะพุ่งเข้าหาศัตรูที่โจมตีระยะไกลได้ดี สกิลนี้ไม่มีธาตุ และสกิลนี้ยังมีทั้งแบบการโจมตีเวทย์และการโจมตีกายภาพ เป็นสกิลที่เหมาะกับการใช้เก็บเลเวล และยังเหมาะกับการลง Endless Tower และ Nation War เช่นกัน หรือจะสามารถนำไปพลิกแพลงเพื่อใช้เป็นสกิลพุ่งเข้าหาศัตรูก็ได้

ทริคพิเศษ : สกิลนี้มีทั้งแบบโจมตีกายภาพและเวทย์ จึงนับคูลดาวน์แยกกัน ซึ่งถ้าหากมีสกิลนี้ครบทั้ง 2 แบบ จะสามารถใช้สกิลนี้ได้ 6 ครั้งนั่นเอง นอกจากนี้ยังสามารถ Evo เป็นสกิล Moonlight Flash Type-0 ได้อีกด้วย

ข้อเสีย : ถึงจะเป็นสกิล AOE แต่ระยะค่อนข้างแคบอาจจะโดนศัตรูจำนวนไม่มาก อาจจะต้องใช้เวลาในการฝึกฝนซักระยะหนึ่ง

 

4.  Moonlight Flash Type-0 (สกิลระดับ SR):

เป็นสกิลที่ Evo มาจาก สกิล Moonlight Flash ซึ่งสกิลนี้จะสามารถได้จากการ Evo เท่านั้น มีความสามารถทั้งหมดเช่นเดียวกับสกิล Moonlight Flash แต่จะมีดาเมจมหาศาล และเช่นเดียวกับสกิล Moonlight Flash ที่เหมาะทั้งการใช้เก็บเลเวล การลง Endless Tower และ Nation War หรือจะสามารถนำไปพลิกแพลงเพื่อใช้เป็นสกิลพุ่งเข้าหาศัตรูก็ได้

ข้อเสีย : ถึงแม้จะเป็นสกิลที่ Evo มาแล้วจะดาเมจที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ใช้ MP เยอะขึ้น รวมไปถึงมีคูลดาวน์ที่นานขึ้นกว่าเดิม

 

5.  Fire Fall (สกิลระดับ SR):

สกิลนี้เป็นประเภทคอมโบ สกิลนี้จะโจมตีระยะไกล เป้าหมายเดียว และมีโอกาส 50% ที่จะทำให้ศัตรูติดสถานะ Burn Lv.10 เป็นเวลาถึง 10 วินาที และตัวสกิลเองยังเป็นธาตุไฟ ทำให้เพิ่มดาเมจได้สูงขึ้นไปอีก พร้อมกับสกิลนี้สามารถ Evo ไปเป็นสกิล Fire Fall Wide ได้อีกด้วย ซึ่งสกิลนี้ยังมีแบบการโจมตีเวทย์และการโจมตีกายภาพ เป็นสกิลที่เหมาะจะใช้กับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บเลเวล หรือลง Rift เนืองจากเป็นสกิลที่มีระยะไกล และสามารถติดสถานะ Burn ช่วยสร้างความเสียหายเพิ่มเติมได้ดี

ทริคพิเศษ : สกิลนี้มีทั้งแบบโจมตีกายภาพและเวทย์ จึงนับคูลดาวน์แยกกัน ซึ่งถ้าหากมีสกิลนี้ครบทั้ง 2 แบบ จะสามารถใช้สกิลนี้ได้ถึง 6 ครั้ง

ข้อเสีย : มีระยะเวลาการร่ายนานกว่าสกิลอื่น ทำให้บางครั้งอาจจะโดนสวนกลับก่อนที่สกิลจะได้ใช้เสียอีก

 

6.  Fire Fall Wide (สกิลระดับ SSR):

เป็นสกิลที่ Evo มาจาก สกิล Fire Fall ซึ่งทำให้สกิลนี้เพิ่มทั้งดาเมจ และโอกาสติดสถานะ Burn จากเดิม 50% เป็น 60% เลยทีเดียว และยังทำให้สกิลนี้กลายเป็นสกิล AOE อีกด้วย  เป็นสกิลที่เหมาะจะใช้กับทุกสถานการณ์ เช่นเดียวกับสกิล Fire Fall และสถานะ Burn ที่มีโอกาสติดสถานะเพิ่มมากขึ้นและเปลี่ยนเป็นสกิลแบบ AOE ทำให้น่าใช้งานมากยิ่งขึ้น

ทริคพิเศษ : สกิลนี้เช่นเดียวกับสกิล Fire Fall ที่มีทั้งแบบโจมตีกายภาพและเวทย์ หากมีสกิลนี้ครบทั้ง 2 แบบ จะสามารถใช้สกิลนี้ได้ถึง 6 ครั้งเลยทีเดียว

ข้อเสีย : ถึงแม้จะ Evo มาแล้ว แต่ในระยะเวลาการร่ายสกิลยังคงเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลง จึงทำให้ยังมีช่องว่างของความต่อเนื่องสกิลที่ต่ำ

 

 

7.  Cell Freezing (สกิลระดับ SR):

สกิลนี้เป็นประเภทคอมโบ โจมตีเป้าหมายเดียว ระยะกลาง มีโอกาส 15% แช่แข็งศัตรู เป็นเวลา 3 วินาที และ +100% ที่จะสร้างดาเมจเพิ่มเติมในการโจมตีคริติคอล สกิลนี้เป็นธาตุน้ำ เป็นสกิลที่เหมาะกับการลง Arena เพราะสามารถแช่แข็งศัตรูได้ และมีระยะการโจมตีที่ไกลพอสมควร ทำให้ใช้สกิลได้ก่อนที่จะไปในเข้าระยะประชิด

ทริคพิเศษ : สกิลนี้มีทั้งแบบโจมตีกายภาพและเวทย์ หากมีสกิลนี้ครบทั้ง 2 แบบ จะสามารถใช้สกิลนี้ได้ถึง 6 ครั้ง

ข้อเสีย : ดาเมจของสกิลไม่สูงมากและเป็นสกิลโจมตีเป้าหมายเดียว  จึงไม่ค่อยเหมาะกับการลง Endlees Tower หรือ Nation War นั่นเอง

 

8.  Annihilating Ice Slash (สกิลระดับ SR):

เป็นสกิลที่ Evo มาจาก สกิล Cell Freezing ที่มีดาเมจเพิ่มขึ้น ระยะการใช้สกิล และโอกาสแช่แข็งศัตรูที่เพิ่มจากเดิม 15% เป็น 25% เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังเพิ่ม +40% ของการสร้างดาเมจเพิ่มเติมในการโจมตีคริติคอล เป็นสกิลที่เหมาะกับการลง Arena เพราะมีโอกาสแช่แข็งศัตรูมากขึ้นจากเดิม

ทริคพิเศษ : เช่นเดียวกับสกิล Cell Freezing ที่มีแบบโจมตีกายภาพและเวทย์ ซึ่งหากมีครบทั้ง 2 แบบ จะทำให้ใช้สกิลนี้ได้ 6 ครั้งนั่นเอง

เป็นสกิลที่เหมาะกับการลง Arena เพราะมีโอกาสแช่แข็งศัตรูมากขึ้นจากเดิม

ข้อเสีย : ดาเมจที่ไม่สูงมากนักและสกิลนี้ถูกเพิ่มระยะเวลาร่ายสกิล จึงทำให้สกิลนี้ใช้งานได้ช้าขึ้นนั่นเอง

 

9.  Lightning Slash (สกิลระดับ SR):

สกิลนี้เป็นประเภทคอมโบ ที่มีการโจมตีแบบ AOE มีโอกาส 30% ที่จะ Stun ศัตรูเป็นเวลา 3 วินาที และยังเป็นธาตุแสงอีกด้วย ซึ่งสกิลนี้สามารถ Evo เป็นสกิล Pure Lightning Slash ได้ นอกจากนี้ยังมีทั้งแบบการโจมตีเวทย์และการโจมตีกายภาพ เป็นสกิลที่เหมาะกับการลง Endless Tower และ Naion War เนื่องจากเป็นสกิล AOE ที่มีโอกาส Stun ศัตรู

ทริคพิเศษ : สกิลนี้ยังมีเวลาร่ายที่น้อยทำให้สกิลออกไวและต่อเนื่อง  และเป็นสกิลคอมโบที่มีทั้งโจมตีเวทย์และกายภาพ ทำให้ หากมีสกิลครบทั้ง 2 แบบ จะทำให้ใช้สกิลนี้ได้ถึง 6 ครั้งนั่นเอง

ข้อเสีย : สกิลมีคูลดาวน์ที่ค่อนข้างนาน และดาเมจเริ่มต้นน้อย

 

10.  Pure Lightning Slash (ระดับสกิล SR):

สกิลนี้เป็นประเภทคอมโบ ที่ Evo มาจากสกิล Lightning Slash ซึ่งเปลี่ยนโอกาสที่จะ Stun ศัตรูจากเดิม 30% เป็น 35% และนอกจากนี้ยัง Stun นานขึ้นจากเดิม 3 เป็น 4 วินาทีเลยทีเดียว

***ทริคพิเศษ เช่นเดียวกับจากสกิล Lightning Slash เมื่อสะสมครบทั้ง 2 แบบจะสามารถใช้สกิลนี้ได้ 6 ครั้งนั่นเอง

ข้อเสีย : แม้จะ Stun ศัตรูนานขึ้น แต่ก็ใช้ MP มากขึ้นกว่าเดิมเป็นเงาตามตัวเช่นกัน

 

 

11.  Insanity Release (ระดับสกิล SSR):

เป็นสกิลประเภทกดใช้ เมื่อกดใช้จะสร้างความเสียหายรอบตัวพร้อมกับพลักศัตรูรอบๆ และเพิ่มพลังโจมตีทั้งกายภาพและเวทย์ 10% เป็นเวลา 15 วินาที สกิลนี้ไม่มีธาตุ โดยดาเมจเริ่มต้นที่สูง ทำให้สามารถสร้างความเสียหายไปพร้อมกับการบัพตัวละครได้ดีอีกด้วย เป็นสกิลที่มีดาเมจสูง แต่สกิลนี้เหมาะกับการใช้ต่อจากสกิลอื่นๆ มากกว่า เพราะไม่สามารถสร้างสถานะผิดปกติใส่ศัตรูได้ หรือจะนำไปผลักให้ศัตรูที่ประชิดเรากระเด็นออกไปก็ได้

ทริคพิเศษ : สกิลนี้มีทั้งแบบโจมตีกายภาพและเวทย์ โดยจะนับคูลดาวน์แยกกัน หากมีสกิลนี้ทั้ง 2 แบบจะทำให้ใช้สกิลนี้ได้ 2 ครั้งนั่นเอง

ข้อเสีย : เป็นสกิลที่มีระยะเวลาร่ายนาน ไม่สามารถสร้างสถานะผิดปกติใส่ศัตรู และไม่ใช่สกิลประเภทคอมโบ A-B-C

 

 

12.  Spear of the End (ระดับสกิล SSR):

เป็นสกิลประเภทคอมโบ ที่มีดาเมจเริ่มต้นสูงมาก และยังทำพลักศัตรูถอยหลังอีกด้วย สกิลนี้โจมตีแบบ AOE ที่มีโอกาส 30% ที่จะ Paralyze Lv. 1 ศัตรูเป็นเวลา 10 วินาที สกิลนี้ไม่มีธาตุ เหมาะสำหรับนำไปลง Endless Tower หรือ Nation War

ทริคพิเศษ : สกิลนี้มีทั้งแบบโจมตีกายภาพและเวทย์ หากมีสกิลนี้ครบทั้ง 2 แบบ จะสามารถใช้ได้ถึง 6 ครั้งนั่นเอง

ข้อเสีย : มีคูลดาวน์ที่นานมาก และใช้ MP เยอะอีกด้วย

 

13.  Blaze Crash (ระดับสกิล SSR):

สกิลนี้เป็นประเภทคอมโบ แบบ AOE มีโอกาส 60% ที่จะทำให้ศัตรูติดสถานะ Burn Lv. 1 เป็นเวลาถึง 10 วินาที สกิลนี้มีดาเมจเริ่มต้นที่สูงมาก นอกจากนี้ยังเป็นธาตุไฟอีกด้วย เป็นสกิลที่เหมาะกับการลง Endless Tower กับ Nation War เพราะนอกจากจะมีดาเมจที่สูงมาก และเป็นสกิล AOE แล้ว ยังมีโอกาสติดสถานะ Burn อีกด้วย

ทริคพิเศษ : สกิลนี้มีทั้งแบบโจมตีกายภาพและเวทย์ หากมีสกิลนี้ครบทั้ง 2 แบบ จะสามารถใช้ได้ถึง 6 ครั้งนั่นเอง

ข้อเสีย : มีระยะเวลาร่ายสกิลที่นาน และความกว้างของสกิลมากนัก

 

14.  Blade Shower (ระดับสกิล SSR):

เป็นสกิลประเภทคอมโบ โจมตีระยะไกล เป้าหมายเดียว มีดาเมจเริ่มต้นที่สูง และยังเป็นธาตุน้ำอีกด้วย และเมื่อใช้สกิลนี้ไปแล้ว ตัวละครจะได้บัพเพิ่มพลังโจมตีทั้งกายภาพและเวทย์ 30% เป็นเวลา 4 วินาที จึงเหมาะกับการนำมาทำคอมโบสลับกับสกิลอื่นๆ ได้ดีมาก เป็นสกิลที่เหมาะกับการลง Arena พอสมควร เนื่องจากเป็นการโจมตีระยะไกล และยังได้บัพเพิ่มพลังโจมตีในตัว

ทริคพิเศษ : สกิลนี้มีทั้งแบบโจมตีกายภาพและเวทย์ หากมีครบทั้ง 2 แบบ จะทำให้ใช้สกิลนี้ได้ถึง 6 ครั้ง

ข้อเสีย : มีคูลดาวน์ที่ค่อนข้างนาน และระยะเวลาของบัพที่น้อย

 

15.  Lightning Crash (ระดับสกิล SSR):

เป็นสกิลประเภทคอมโบ ระยะไกลและยังเป็นสกิล AOE อีกทั้ง นอกจากนี้ยังเป็นธาตุแสง ที่มีโอกาส 60% ทำให้ศัตรูติดสถานะ Paralyze เป็นเวลา 10 วินาที เป็นสกิลมีระยะเวลาการร่ายที่ไว และเป็นสกิล AOE ระยะไกล ถือเป็นสกิลที่ดีมากสกิลหนึ่งเลยทีเดียว

ทริคพิเศษ : สกิลนี้แบบโจมตีกายภาพและเวทย์ จะนับคูลดาวน์แยกกัน หากมีครบทั้ง 2 แบบ จะสามารถใช้สกิลนี้ได้ถึง 6 ครั้ง

ข้อเสีย : มีคูลดาวน์ที่นานและใช้ MP จำนวนมาก

 

16.  Black Tortoise Wave (ระดับสกิล SSR):

สกิลนี้เป็นประเภทคอมโบ เป็นสกิลโจมตีระยะไกล เป้าหมายเดียว ที่มีดาเมจเริ่มต้นที่สูงมากๆ มีโอกาสถึง 75% ที่จะทำให้ศัตรูติดสถานะ Bleed Lv.9 เป็นเวลา 3 วินาที และโอกาส 75% ที่จะลดความเร็วในการเคลื่อนที่ของศัตรู -50% เป็นเวลา 3 วินาที นอกจากนี้ยังเป็นธาตุมืดอีกด้วย เป็นสกิลที่เหมาะกับการลง Arena และการล่าบอส เนื่องจากพลังโจมตีที่สูงมาก แต่เป็นการโจมตีเป้าหมายเดียว

ทริคพิเศษ : สกิลนี้แบบโจมตีกายภาพและเวทย์ จะนับคูลดาวน์แยกกัน หากมีครบทั้ง 2 แบบ จะสามารถใช้สกิลนี้ได้ถึง 6 ครั้ง

ข้อเสีย : เป็นสกิลโจมตีเป้าหมายเดียว และมีคูลดาวน์ที่สูง นอกจากนี้ยังใช้ MP จำนวนมากอีกด้วย